Page 49 - ฉบับที่ 1-67-E-Book_วารสาร_พลาสติก_มกราคม-กุมภาพันธ์ 2567
P. 49

รายงานสถิิติินำเข้้า-ส่งออก


                                สถานการณ์การส่งออก เดือนพฤศจิกายน 2566


              มูลค่าการส่งออก 23,480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  4.9% (YoY) (หักทองค า  4.6%) ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน ขณะที่มูลค่าส่งออกในรูปเงินบาท
           847,486 ล้านบาท หดตัว 1.7 พันล้านบาท 0.2%(หักทองค า 0.5%) กลับมาหดตัวอีกครั้งหลังจากขยายตัวในเดือนก่อน เงินบาทเดือนนี้ 36.0944 บาท/USD
           แข็งค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน 37.9321 บาท/USDทิศทางการส่งออกยังไม่ชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงผันผวนและมีความเสี่ยงสูงจากปัญหาเรื้อรัง
           ที่เศรษฐกิจโตต่่า ก่าลังซื้อถดถอย ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อการจับคู่การค้า ซึ่งถือเป็นความท้าทายส่าคัญของการส่งออกไทย
                  สินค้าส่งออกหลัก     (%YoY)       สินค้าส่งออก เพิ่มขึ้น สูงสุด   (%YoY)  สินค้าส่งออก ลดลง สูงสุด   (%YoY)
              รถยนต์นั่ง   35,466 ลบ. - 17.9%   น้่ามันส่าเร็จรูป  + 9,745 ลบ. + 45.7%  รถยนต์นั่ง  - 7,722 ลบ.  - 17.9%
             คอมพิวเตอร์&อุปกรณ์ 32,394 ลบ. + 9.6%  ข้าว    + 8,608 ลบ. + 59.8%    รถกระบะ      - 6,893 ลบ.  - 22.5%
             อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ  31,131 ลบ. + 14.6%  เหล็กโครงสร้าง  + 8,317 ลบ. + 7.9 เท่า  เครื่องปรับอากาศ  - 6,149 ลบ.  - 29.6%
          ประเทศ/กลุ่มประเทศคู่ค้าหลัก  การส่งออกไปประเทศคู่ค้าหลักในรูปเงินบาท คิดเป็น 70.2% ของการส่งออกรวม โดย กลุ่มอาเซียน 5 สหรัฐอเมริกา ขยายตัว ขณะที่กลุ่ม CLMV
                                จีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น หดตัว
               USA   18.2% : 154,161 ลบ. [+11.8%YoY]                CHINA  11.0% : 93,216 ลบ. [-8.5%YoY]
             (ในรูป $ ขยายตัว 17.5% ต่อเนื่อง 2 เดือน)             (ในรูป $ หดตัว 3.9% ครั้งแรกในรอบ 4 เดือน)
             ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เดือนจากโซลาร์เซลล์ อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ (Wi-Fi   หดตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือนจากยางสังเคราะห์ ทุเรียนสด เม็ดพลาสติก รวมถึง
          router) ฮาร์ดดิสก์ ยางรถยนต์ ตัวแปลงไฟฟ้า และคะตะลิสที่ใช้แล้ว  ฮาร์ดดิสก์ พาราไซลีน เบนซีน มันส่าปะหลัง ตัวเร่งปฏิกิริยา และข้าว
              EU 7.6% : 64,100 ลบ. [-9.6%YoY]                                   JAPAN   9.0% : 76,152 ลบ. [-0.8%YoY]
              (ในรูป $ หดตัว 5.0% ต่อเนื่อง 6 เดือน)                           (ในรูป $ ขยายตัว 4.3% ครั้งแรกในรอบ 3 เดือน)
          หดตัว 6 เดือนติดต่อกัน หดตัวหลักจากการส่งออกไป                     ในรูปเงินบาทหดตัวต่อเนื่อง 3 เดือนจากเครื่องพิมพ์ สมาร์ทโฟน
          เบลเยียม (ลดลงกว่า 2.2 พัน ลบ. จากรถจักรยานยนต์                    ไม้ยูคาลิปตัส รถยนต์นั่ง และส่วนประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
          เครื่องบินโดยสาร) อิตาลี (หดตัว 1.1 พัน ลบ. จาก                       ASEAN 5   15.0% : 127,132 ลบ. [+7.4%YoY]
          เครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศ) และเยอรมนี (ลดลง                     (ในรูป $ ขยายตัว 12.9% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3)
          1.0 พัน ลบ. จากตัวแปลงไฟฟ้า เครื่องพิมพ์)                              ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน ทุกประเทศสมาชิก โดยเฉพาะ
                    CLMV  9.4%  : 79,599 ลบ. [-12.1%YoY]                   สิงคโปร์ขยายตัว 4.7 พัน ลบ. จากเหล็กโครงสร้าง มาเลเซีย เพิ่มขึ้น
                    (ในรูป $ หดตัว 7.6% ต่อเนื่อง 13 เดือน)                1.8 พัน ลบ. จากเรือสนับสนุนงานรื้อถอน ฟิลิปปินส์ขยายตัวจากข้าว
         หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน ทุกประเทศสมาชิก โดยเฉพาะที่เวียดนาม (-7,315 ลบ.) จากรถยนต์นั่ง   รถยนต์นั่ง และอินโดนีเซีย ขยายตัวจากข้าว เรือสนับสนุนการลากจูง
         โซลาร์เซลล์ เมียนมา (-1,742 ลบ.) จากน้่ามันส่าเร็จรูป กัมพูชา (-1,676 ลบ.) จากรถยนต์นั่ง
                Highlights                              ความท้าทายของการส่งออกไทยในปี 67


           1.) สินค้าเกษตรไทยกับความเสี่ยง   ส่าหรับสินค้าเกษตรที่ส่งออกท่ารายได้เข้าประเทศสูงอย่าง ข้าว ทุเรียน และยาง ล้วนเป็นสินค้าที่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคปลูก
           เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ท่าให้ไทยค่อยๆสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด และเป็นเรื่องยากที่จะส่งออกขยายตัวในสินค้ากลุ่มดังกล่าว โดย • ข้าว แม้ปี งปม. 66
                                                                                                      1
           ไทยจะส่งออกข้าวสูงสุดในรอบ 5 ปี และเดือนนี้จะส่งออก 2.3 หมื่น ลบ. สูงเป็นประวัติการณ์ อานิสงส์จากอินโดนีเซียที่มีนโยบายส่ารองอาหาร  และอินเดีย
                                        2
           (ผู้ส่งออกอันดับ 1) ห้ามส่งออกข้าวตั้งแต่ ก.ค. 66  แต่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยประเมินเมื่อ 10 พ.ย. 66 หลังจากลงพื้นที่ว่า ปลายปี 66 ถึงต้นปี 67 ปริมาณข้าวจากเวียดนาม
           กัมพูชา เมียนมา รวมถึงปากีสถานจะออกสู่ตลาดมากขึ้น การน่าเข้าข้าวจากประเทศต่าง ๆอาจทยอยลดลงหลังจากเร่งกักตุนในช่วงก่อนหน้าแล้ว จึงคาดการณ์ว่าการส่งออกข้าวไทย
                    3
           จะลดลงในปี 67  • ทุเรียนสด (จีนเป็นตลาดหลักสัดส่วนกว่าร้อยละ 90) ส่งออก 3.7 พัน ลบ. ต่่าสุดในรอบ 9 เดือน และหดตัวครั้งแรกในรอบ 6 เดือน แม้ส่วนหนึ่งจะหดตัวเพราะหมดช่วง
                                                                                           3
           ฤดูกาลผลผลิต ขณะที่ข้อมูลจากศุลกากรหนานหนิงระบุว่า ช่วง ม.ค. – ต.ค. 66 จีนน่าเข้าทุเรียนจากเวียดนาม 5.4 หมื่น ลบ. ขยายตัวสูงถึง 30.8 เท่า นอกจากนี้ยังมีทุเรียนจากมาเลเซีย
           ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียที่มาแบ่งสัดส่วนในตลาดเช่นกัน ท่าให้จีน (ผู้น่าเข้าหลัก) มีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น • ยาง ได้แก่ ยางธรรมชาติ ส่งออกขยายตัวครั้งแรกในรอบ 15 เดือนที่
           ตลาดหลักจีน และยางสังเคราะห์ ส่งออกหดตัวต่อเนื่อง 7 เดือนที่ตลาดหลักจีนเช่นเดียวกัน ขณะที่ช่วง ม.ค.–ต.ค. 66 เวียดนามส่งออกทั้งยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ไปจีนรวมกว่า 1.3
                                                                                  4
           ล้านตัน หรือประมาณ 6.0 หมื่น ลบ. (คิดเป็นร้อยละ 20 ของการน่าเข้ายางของจีน ซึ่งปีก่อนมีสัดส่วนร้อยละ 18.9) ขยายตัว 16 %YoY ดังนั้น เพื่อที่จะสร้างโอกาสให้สินค้าเกษตรขยายตัว
           ได้ ไทยจะต้องเร่งปฏิรูป (1) การลงทุนศึกษาและพัฒนาคุณภาพของผลผลิต ซึ่งเวียดนามลงทุนในการพัฒนาพันธุ์ข้าว ทุเรียน และสินค้าเกษตรอื่น ๆ สูงกว่าไทยมาก จนสามารถสร้างพันธุ์
                               5
           ที่อร่อย เป็นที่ต้องการของตลาดได้  (2) ถ้าไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ไทยต้องหาเอกลักษณ์ จุดเด่นของสินค้าเพื่อสร้างความแตกต่าง เจาะกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน (3) ไทยควรหาวิธี
           รับประกันปริมาณผลผลิตให้สินค้าเกษตรในภาวะภัยแล้ง หรือธรรมชาติที่ไม่เอื้อต่อผลผลิตได้ เช่นการจัดการน้่า รวมถึงการเตรียมแรงงานให้พร้อมส่าหรับการเก็บเกี่ยวในฤดูกาลผลผลิต
           2.) กลุ่มคู่ค้าที่เศรษฐกิจประสบปัญหา เป็นหนึ่งในปัจจัยส่าคัญที่จะส่งผลต่อการส่งออกไทย        • นิวซีแลนด์ ส่งออกหดตัวสูงโดยเฉพาะรถกระบะและรถยนต์นั่ง (-2.5 พัน ลบ.)
           ซึ่งนิวซีแลนด์ก่าลังเผชิญปัญหาหนี้ภาคอสังหาริมทรัพย์และดอกเบี้ยบ้านที่สูง 6  • อังกฤษ ส่งออกหดตัว 3 เดือนติดต่อกันจากยานยนต์เป็นหลัก ทั้งนี้ GDP ต.ค. 66 ของอังกฤษหดตัว
           ร้อยละ 0.3  7  • อิสราเอล จากปัญหาสงครามท่าให้ไม่มีการส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะ (-1.2 พัน ลบ.) จากไทยในเดือนนี้          • ประเทศเพื่อนบ้าน (พึ่งพาการค้าและการลงทุน
           จากจีนในอัตราสูง) ได้แก่ เมียนมา ตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. 66 มีการสู้รบภายในเมียนมาจากปัญหาการเมืองภายใน  สปป.ลาว ตามข้อมูล IMF มีหนี้สาธารณะสูงเป็นอันดับ 9 ของ
                                                                          8
                                           9
           โลกคิดเป็น 122% ต่อ GDP (มากกว่าครึ่งมีจีนเป็นเจ้าหนี้) กัมพูชา แม้การค้าระหว่างประเทศใน 10 เดือนแรกปี 66 ของกัมพูชาจะหดตัวร้อยละ 3.1 แต่การค้ากับจีนขยายตัวถึง
                          7
           ร้อยละ 4.6 เทียบกับปีก่อน จากปัจจัยข้างต้นเป็นสาเหตุส่าคัญที่ท่าให้การส่งออกไทยไปกลุ่ม CLMV หดตัวต่อเนื่องยาวนานกว่าคู่ค้าหลักอื่น และมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง
           3.) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลก              ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ท่าให้โลกแบ่งเป็นหลายขั้วอ่านาจ ซึ่งประเทศมหาอ่านาจต่างเร่งสร้างมิตร
           ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อกันในทุก ๆด้านโดยเฉพาะการเป็นคู่ค้าต่อกัน หมายรวมถึง ห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ซึ่งไทยได้รับผลกระทบอย่างมากจากการที่ จีนและเวียดนาม 2 คู่ค้า
                                                     10
           ส่าคัญของไทย พัฒนาความสัมพันธ์ พัฒนาระบบขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน และได้ประโยชน์จากการที่มีพรมแดนประเทศใกล้กัน จนท่าให้การค้าระหว่างจีน-เวียดนาม ในช่วง
           ม.ค.-พ.ย. 66 ขยายตัว 3.6%YoY โดยเฉพาะเดือน พ.ย.66 มูลค่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศ 7.7 ล้าน ลบ. สูงเป็นประวัติการณ์ ในสินค้าขั้นกลาง (ปัจจัยการผลิต) และสินค้าเกษตร  7
                                                                           11
           โดยปธน. จีน เยือนเวียดนามเมื่อ ธ.ค. 66 ครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังจากที่ ปธน. สหรัฐฯ เยือนเวียดนามเมื่อ ก.ย. 66 ขณะที่ เดือนนี้ไทยส่งออกไปจีน (-8.7 พัน ลบ.) และเวียดนาม
           (-7.3 พัน ลบ.) หดตัวสูงสุด 2 อันดับแรก จากทั้งรถยนต์นั่ง วัตถุดิบ และสินค้าเกษตร ซึ่งการส่งออกไทยไป 2 ประเทศ มีทิศทางชะลอตัวตั้งแต่ปี งปม. 66
               1
         หมายเหตุ : TheJakartaPost  3  ประชาชาติธุรกิจ  5  ลงทุนแมน  7  news.cn  9  Workpoint today  11  Aljazeera
               2  Eastasiaforum  4  Agribank.co.vn  6  Reuters  8  ผู้จัดการออนไลน์  10  vietnamnews.vn  ส่วนวิเคราะห์และติดตามการจัดเก็บภาษีอากร ศปข. ธันวาคม 2566
          ขอขอบคุณข้อมีูลีจัากเว่็บไซิต้์ : กรมีศุลีกากร
          http://www.customs.go.th/data_files/309615d75b1c1c147203f04475498f8b.pdf

                                                                                                         47
                                                                                                         47
                                                                          January-February 2024
   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54